สวัสดียามฝนพรำอีกครั้งค่ะ
 
ช่วงนี้ฝนที่เชียงใหม่ตกแทบทุกวัน
 
ต้นไม้เจริญงอกงามดีแท้
 
แต่วัชพืชก็งอกงามเป็นเงาตามตัวเช่นเดียวกัน
 
ที่บ้านก็เพิ่งให้เขามาถางหญ้านี่เองค่ะ
 
ปล่อยหญ้าไว้สูงก็กลัวงูเงี้ยวเขี้ยวขอ เนอะ
 
 
 
 
วันนี้พูดถึงเรื่องต้นกะเพรากันดีกว่า
 
ที่บ้านป้ามีต้นกะเพราอยู่สามต้นค่ะ
 
เป็นกะเพราแดงอยู่สองต้น และกะเพราขาวหนึ่งต้น
 
 
 
 
เมื่อก่อนป้าก็ไม่รู้หรอกค่ะว่ากะเพรามีแบ่งสีด้วย
 
เพิ่งมาทราบเอาตอนปลูกต้นไม้และไปซื้อมาปลูกกับคุณแม่
 
จริงๆแล้ว เห็น(จากวิกิ)ว่า กะเพรามีทั้งหมดสามชนิดนะคะ
 
คือแดง ขาว และผสมจากขาวกับแดง
 
และถือว่าเป็นไม้ล้มลุก สูงประมาณ 30-60 ซม.
 
เห็นว่ากะเพราขาวและแดงเนี่ยต่างกันแค่สีและลักษณะของใบนิดหน่อย
 
ส่วนสรรพคุณก็เหมือนกันนะคะ
 
 
 
 
ป้าเองก็ชอบทานผัดกะเพรามาก เพราะเป็นคนทานเผ็ด
 
(วันหลังจะมาเล่าเรื่องต้นพริกให้ฟังดีกว่า)
 
แต่สุดท้ายแล้วเวลาจะเลือกตัดใบกะเพรา ก็ตัดมันอยู่ต้นเดียวนี่แหล่ะ
 
เพราะว่าอยู่ในพื้นที่ที่ง่ายต่อการตัด
 
เจ้าสองต้นที่เหลือ อยู่ไกล(จากระยะการเดิน)บ้าง ไม่ก็หลบอยู่ใต้ต้นอื่นที่เบียดกันซะมิดบ้าง
 
 
 
 
ทีนี้มาระยะหลังป้าก็สังเกตว่า
 
เจ้าต้นที่ตัดเนี่ย มันช่างแตกกิ่งก้านสาขาไปไกลเสียเปลือเกิน
 
จะว่าไปก็เหมือนผมที่เราชอบบอกว่ายิ่งตัดยิ่งยาวนั่นล่ะมั้งคะ
 
เจ้าต้นกะเพรานี้ยิ่งตัดก็ยิ่งโตเหมือนกัน
 
อีกสองต้น เล็กแค่ไหนก็แค่นั้น
 
ตอนนี้ก็เลยต้องพยายามตัดต้นที่เหลือด้วย จะได้โตไปด้วยกัน
 
 
 
 
ยามเมื่อป้าไปเรียนที่ไต้หวัน ใกล้ๆมหาวิทยาลัยก็มีร้านอาหารไทยอยู่บ้าง
 
นานๆครั้งเราก็ไปทาน (แบบว่ามันก็แอบแพงอยู่อะนะ) ก็สั่งผัดกะเพราด้วย
 
ภาษาจีน เรียก กะเพราว่า ต่าเพา ซึ่งน่าจะเกิดจากคำทับศัพท์มาอีกที(อันนี้ป้าคิดเอาเองนะคะ)
 
แต่ถ้าจะให้ไปซื้อตามตลาดสดเห็นทีต้องบอกว่า งมเข็มในมหาสมุทรล่ะค่ะ
 
เพราะเท่าที่ดูๆมาจากตลาดสองสามแห่งรอบๆมหาวิทยาลัย ไม่เคยเห็นใครขายกะเพราเลย
 
อย่างมากสุดก็เห็นโหระพานี่ล่ะค่ะ
 
จริงๆป้าเคยเอาโหระพามาทำผัดกะเพราด้วยนะ ตอนอยู่ที่โน่น
 
ถึงจะคล้าย แต่ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่แหล่ะเนาะ
 
(แต่เอาใบโหระพามาชุบแป้งทอดนี่อร่อยนักล่ะค่ะ ลองเอาไปทำทานกันดูนะคะ)
 
 
 
 
พี่คนหนึ่งเลยนำเข้าเมล็ดกะเพราะมาปลูกเองซะเลย ฮ่า (แต่เอาเข้ามาอย่างไรก็ไม่ทราบได้นะคะ)
 
เอามาปลูกเป็นปี มันก็ดูร่อแร่เหลือเกิน หาได้ชูช่อเริงร่าเหมือนที่ไทยไม่
 
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศ ลม น้ำ ดิน หรือว่าอะไร
 
แต่เท่าที่ศึกษามา กะเพราขึ้นได้ทุกสภาพพื้นดินนะคะ แต่ควรมีการปรับสภาพพื้นดินด้วย
 
บ้านป้าเองก็มีการทำปุ๋ยพืชสด(จากหญ้าที่ถอนวัชพืชมานี่ล่ะค่ะ เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ซะ)
 
เอามาคลุมต้นกะเพราซะ ช่วงก่อนๆตอนหน้าร้อนก็ช่วยคลุมความชื้นได้ดีเชียว
 
 
 
 
ต้นกะเพรานั้นอยู่ได้ประมาณปีถึงสองปี เก็บผลผลิตได้ประมาณเจ็ดถึงแปดเดือน
 
รอบนี้ป้าซื้อต้นมา รอบหน้าว่าจะลองหว่านเมล็ดดูค่ะ
 
อีกวิธีคือการใช้กิ่งแก่มาปัก แล้วมันจะเจริญเติบโตเอง (แต่ต้องตัดกิ่งกับยอดใหม่ๆออกให้หมดก่อนนะคะ)
 
ไว้หากได้ลองวิธีไหนแล้วป้าจะเก็บมาเล่าให้ฟังใหม่ค่ะ
 
ขอให้สนุกกับการทำสวนนะคะ
 
 
นี่ล่ะค่ะ ต้นกะเพราที่ตัดประจำ เป็นพุ่มเชียว
 
 
 

edit @ 25 Aug 2012 22:59:17 by ป้าแอ๊นจ้า

edit @ 5 Sep 2012 18:29:50 by ป้าแอ๊นจ้า

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ ความรู้ใหม่เลยค่ะเจ๊ เดี๋ยวลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาเล่าสู่กันฟังบ้างดีกว่า ขอบคุณค่ะconfused smile

#3 By ป้าแอ๊นจ้า on 2012-09-04 08:56

Hot! Hot! Hot!

เป็นความรู้ใหม่เหมือนกันครับ^^

confused smile confused smile confused smile
กระเพามีว่ามาจากอินเดีย
คนเขาบางลันธิไหว้ต้นกระเพานะ
ไต้หวันคงพูดทับศัพย์นั้นแหละconfused smile confused smile

#1 By ปิยะ99 on 2012-09-01 11:24